เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 พ.ค. นายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายคัดค้านขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ เข้ายื่นหนังสือฟ้องร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสาร ตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. นี้
โดยการยื่นฟ้องครั้งนี้ ผู้ถูกฟ้องประกอบด้วย คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม ในคำฟ้องระบุว่าผู้ถูกฟ้องทั้งหมดมีการอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทาง สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ฟ้องและประชาชนทั่วประเทศ ให้ประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอน มติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 20 พ.ค. และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการหรือคำสั่งทุเลาการขึ้นราคาค่าโดยสารครั้งนี้ เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น รวมทั้งขอให้มีคำสั่งคืนเงินค่าโดยสารแก่ประชาชน หากมีการขึ้นค่าโดยสารไปก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งศาลได้นัดผู้ฟ้อง เพื่อไต่สวนและฟังคำสั่งในวันที่ 23 พ.ค. เวลา 10.00 น.
นายบุญชัยกล่าวว่า การยื่นฟ้องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน และต้องการฟ้องร้องรัฐมนตรีทั้ง 2 คนว่าไม่จริงใจในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน หลังจากนี้กลุ่มเครือข่ายคัดค้านจะออกเคลื่อนไหวในการล่ารายชื่อจำนวน 20,000 รายชื่อ ยื่นถอดถอนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ โดยจะเริ่มในช่วงปลายสัปดาห์และมีการนำรถปราศรัย 4 คันออกตระเวนพบปะและให้ข้อมูลกับประชาชนในเขตชุมชนต่างๆด้วย
โดยสารรถสาธารณะ เป็นสิทธิ์ที่สามารถดำเนินการได้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะรอคำวินิจฉัยของศาลอีกครั้งและพร้อมที่จะปฏิบัติตาม ก่อนจะบอกได้ว่าจะให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพและบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ปรับขึ้นค่าโดยสารด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคม ว่า หากศาลมีคำสั่งคุ้มครอง จะมีผลทำให้ไม่สามารถขึ้นค่าโดยสารในวันที่ 25 พ.ค. นี้ แต่หากศาลไม่คุ้มครอง คาดว่าจะมีการอนุมัติให้ปรับค่าโดยสารตามมติที่ออกมา ซึ่งอัตราค่าโดยสารในส่วนของรถของ ขสมก.และ บขส.จะต่ำกว่าผู้ประกอบการรถร่วม |