นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มการเดินรถโดยสาร หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่า รถโดยสารประจำทาง โดยเฉพาะรถร่วม ขสมก. ส่งผู้โดยสารไม่ถึงปลายทาง เช่น ปลายทางอยู่ที่บางกะปิ แต่ให้ผู้โดยสารลงตั้งแต่ย่านรามคำแหงแทน โดยอ้างว่าเหลือผู้โดยสารน้อยไปแล้วไม่คุ้มค่าน้ำมัน หรือบางรายจะนำป้ายรถเสริมมาติดหน้ารถในเวลาไม่เร่งด่วน เพื่อตัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน หากตรวจพบ จะถูกลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังทำผิดซ้ำ อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตเดินรถ รวมทั้งรถโดยสารของบริษัทนั้น จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์
ทั้งนี้ การติดป้ายรถเสริมนั้น ต้องมีการขออนุญาตจากกรม การขนส่งทางบก เพราะต้องรายงานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ไม่สามารถติดป้ายได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากเป็นการตัดระยะทาง และใช้สำหรับเส้นทางรถโดยสารที่ไม่เพียงพอ หรืออยู่ในเวลาเร่งด่วน เช่น ช่วงเช้า ซึ่งหากผู้โดยสารรายใด พบเห็นการเอาเปรียบจากการใช้รถโดยสารประจำทาง ให้จดชื่อผู้ขับรถ บริษัทรถ หมายเลขทะเบียน แจ้งมาที่ 1584
“ผู้โดยสารร้องเรียนมาว่า บางครั้งอยู่ในช่วงดึก รถร่วม ขสมก. จะติดป้ายเสริม ไม่วิ่งเต็มระยะทาง หรือบางสายก็ไม่ติดป้ายเสริม แต่ไล่ผู้โดยสารลงก่อนหมดระยะทางดื้อๆเลย ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน เพราะต้องไปต่อรถอีกหลายต่อ ช่วงเวลากลางคืนก็อันตราย และป้ายเสริมส่วนใหญ่จะอนุญาตเฉพาะช่วงเช้า เพราะเป็นเวลาเร่งด่วน บางทีถ้ารถวิ่งระยะทางไกล จะไม่เพียงพอ และเป็นการเสริมจากรถที่วิ่งหลัก ไม่ใช่มาวิ่งเป็นรถหลัก หากผู้โดยสารรายใดเห็น ให้แจ้งมาได้ที่กรมได้ทันที”
นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ยังไม่เคยได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการทิ้งผู้โดยสารลงกลางทาง เพราะ ขสมก.มีช่องทางเปิดให้ประชาชนร้องเรียนผ่านทางหมายเลข 184 แต่ยืนยันว่า หากตรวจพบจะดำเนินการลงโทษสถานหนัก ซึ่งมีตั้งแต่สั่งปรับ สั่งพักรถจนถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต. |