

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย พันทิปดอทคอม และ พันทิปดอทคอม
หากพูดถึง 'โจ๊กเกอร์' จอมวายร้ายในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight (แบทแมน อัศวินรัตติกาล) ภาคต่อของภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องฮิต Batman Begins เชื่อว่าหลายคนต้องเป็นต้องร้องยี้ เพราะโจ๊กเกอร์ในภาคนี้เป็นจอมวายร้ายที่มีความร้ายกาจมากๆ และถือเป็นตัวเด่นในการดำเนินเรื่องเลยก็ว่าได้
สำหรับผู้รับบท 'โจ๊กเกอร์' ได้แก่นักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาท 'ฮีธ เลดเจอร์' หรือ 'ฮีธ แอนดรูว์ เลดเจอร์' ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอย่างกระทันจากการกินยาเกินขนาด เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 ขณะมีอายุเพียง 28 ปี ทั้งนี้ ฮีธ เลดเจอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ใน นิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการรับบท 'โจ๊กเกอร์' จอมวายร้ายในเรื่อง Batman ภาคล่าสุด ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพียง 2 เดือนว่า บทนี้สนุกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมา
'ทันทีที่ได้รับบท ผมขังตัวเองเลย และทำการทดลองบทด้วยเสียงก่อน ผมคิดว่าบทนี้สนุกเพราะว่า เขา (โจ๊กเกอร์) จะพูด จะทำอะไรได้อย่างไร้ขอบเขต มันถือเป็นขั้นตอนที่จะทำให้รู้จักคาแรกเตอร์เป็นอย่างดี ผมจะต้องอ่านการ์ตูนไปพร้อมๆ กับสคริปต์ให้มากที่สุด จากนั้นก็เพียงแค่หลับตาและมีสมาธิกับมัน คริส (คริสโตเฟอร์ โนแลน - ผู้กำกับ) กับผมนั้น มองตากันก็เข้าใจว่าตัวละครตัวนี้ควรเล่นอย่างไร เราทั้งคู่ต่างมีภาพเดียวกันอยู่ในความคิด' ฮีธ เลดเจอร์ กล่าว





อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้ดาราหนุ่ม ฮีธ เลดเจอร์ จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผลงานของเขาก็ยังคงจารึกไว้ในความทรงจำของคอหนังหลายๆ คน รวมถึงชื่อ 'ฮีธ เลดเจอร์' ยังคงเป็นที่รู้จักกันในทำเนียบดารานักแสดงมากความสามารถ ว่าแล้ววันนี้เรามีประวัติที่น่าสนใจของเขามาฝากเพื่อนๆ กันด้วย...
ฮีธ เลดเจอร์ (Heath Ledger) หรือชื่อจริง ฮีธคลิฟ แอนดรูว์ เลดเจอร์ (Heathcliff Andrew Ledger) เกิดวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2522 ที่เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย เป็นลูกของนายคิม นักแข่งรถและวิศวกรด้านเหมืองแร่ กับนางแซลลี่ ครูสอนภาษาฝรั่งเศส ฮีธมีพี่สาวชื่อแคตเธอรีน ซึ่งชื่อของฮีธกับแคตเธอรีน เป็นชื่อของตัวละคร ฮีธคลิฟ กับแคธี่ ในนิยายเรื่อง WutheringHeights ซึ่งพ่อแม่นำมาตั้งเป็นชื่อลูก
เมื่อเขาอายุ 10 ขวบ พ่อแม่หย่ากัน แต่ละคนไปแต่งงานใหม่ ฮีธจึงมีน้องสาวอีกสองคน ฮีธสนใจการแสดงตอนเรียนโรงเรียนกิลฟอร์ดเมื่อตัวเองอายุ 12 ปี และเข้าร่วมเวทีการแสดงละครเพลงคณะต่างๆ ในเมืองเพิร์ธ จนกระทั่งอายุ 17 ปี จึงย้ายไปนครซิดนีย์ และเข้าร่วมบริษัทการละครกิลฟอร์ด เพื่อนซี้ชื่อ เทรเวอร์ ดิคาร์โล ขับรถพาฮีธเข้านครซิดนีย์เพื่อหาเส้นทางการแสดง ในที่สุดเขาก็เริ่มมีบทบาทในเส้นทางวงการบันเทิงที่ออสเตรเลีย เริ่มจากผลงานซีรี่ส์ชุด Sweat ปี พ.ศ. 2539 ในบทเกย์นักปั่นจักรยาน ตามด้วยบทเจ้าชายในยุคเซลติก ซีรี่ส์ของค่ายหนังฟ็อกซ์เรื่อง Roar ปี พ.ศ. 2540
จากนั้นก็ข้ามมาที่ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ได้รับบทแจ้งเกิดใน 10 Things I Hate About You ปีเดียวกันนั้นมีผลงานในภาพยนตร์คอมเมดี้ของออสเตรเลียเรื่อง Two Hands เป็นหนังที่ได้ไปฉายในเทศกาลหนังอิสระ ซันแดนซ์ ฟิล์ม เฟสติวัล จากนั้นจึงตามด้วยผลงานเรื่องดังของเมล กิ๊บสัน The Patriot และเป็นพระเอกใน A Knights Tale
ผลงานที่เหลือได้แก่ Monsters Ball ซึ่งแสดงเป็นลูกของพระเอก (บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน) ซึ่งในภาพยนตร์มีฉากตัวละครที่เขารับบทยิงตัวตายด้วย ตามด้วย Four Feathers และหนังเขย่าขวัญปนโรแมนติกเรื่อง Sin Eater (2002) รับบทเป็นบาทหลวงที่ต้องช่วยนักสืบสาวสืบคดีปริศนา นอกจากนี้ ยังมีข่าวจะร่วมนำแสดงกับยวน แม็กเกรเกอร์ในเรื่อง Nautica
ทั้งนี้ เมื่อ ฮีธ เลดเจอร์ ได้แสดงภาพยนตร์ เรื่อง หุบเขาเร้นรัก (BrokebackMountain) ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ต่อมาได้สวมบทบาท บ็อบ ดีแลน ในภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง I\'m Not There และได้รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ ในหนังอย่าง The Dark Night ภาคต่อของ Batman Begins
ด้านชีวิตส่วนตัว ฮีธเคยเป็นข่าวกับดารานักแสดงอย่าง เฮเธอร์ แกรมห์ ในช่วงปี 2000 ถึง 2001 และต่อมาก็คบหากับ นาโอมิ วัตต์ ที่เจอกันในกองถ่ายเรื่อง The Lords of Dogtown ซึ่งคบหากันอยู่ 3 ปี ระหว่างปี 2002 - 2004 จากนั้นฮีธได้แต่งงานกับ มิเชล วิลเลียมส์ แต่ชีวิตคู่กับมิเชลก็ได้จบลงเมื่อปลายปี 2007
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 พนักงานนวดหญิงพบศพ ฮีธ เลดเจอร์ นอนเปลือยกายคว่ำหน้าอยู่บนเตียงของเขา โดยมียานอนหลับจำนวนหนึ่งอยู่ใกล้กับตัวของเขา ซึ่งคาดการว่าเสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 15.45 ตามเวลาท้องถิ่น สาเหตุการเสียชีวิตจากการชันสูตรคือ 'ได้รับสารพิษรุนแรง' จากส่วนผสมของยาที่แพทย์ออกให้
|